สองอาทิตย์แห่งความมึน


เป็นเวลาสองอาทิตย์ที่เฝ้าเวียนว่าย เอ้ย เดินเพ่นพ่านไปมาอย่างไม่รู้อิโหน่อิเหน่ในป่าอเมซอน ลองเดินไปทางนั้นบ้างทางนี้บ้างแบบงงๆ ด้วยความที่ใหม่กับมันมากๆ และก็คิดว่าถ้าจะทำบล็อกแล้วเอาสินค้ามาแนะนำ โดยผสมยำใหญ่ใส่อะไรๆเข้าไปในนั้นทั้งหมด ก็คงจะไม่ดีแน่ กลายเป็นบล็อกจับฉ่ายไปเสียอีก

ก็เลยทำบล็อกเพิ่ม และทำการแยกกลุ่มสินค้าออกไปอย่างชัดเจน วิธีการหาสินค้ามาโปรโมทก็มะงุมมะงาหรา แบบที่เค้าแนะนำกันมาว่า ให้หาสินค้าที่มีคู่แข่งน้อย ก็ไปหาในอากู๋ มันก็มีคู่แข่งเยอะมากทั้งนั้นแหละ หลังจากทำไปได้ 1 อาทิตย์ ทำการแก้ไขโค้ด CSS ไปมาให้สวยงาม พอทำไปๆ ปรากฏว่าทาง blogger ลบบล็อกผมไป 2 บล็อกทันทีแบบไม่ให้สุ้มให้เสียงใดๆแม้แต่น้อย โดยข้อหาที่โดนแบนก็คือ เค้าบอกว่าผมเป็นสแปม เป็นงั้นไป

แต่แล้วหลังจากการมั่วเอาแบบครูพักลักจำ คิดเอาเองบ้าง เลียนแบบคนอื่นบ้าง สองอาทิตย์ผ่านไป ผลก็ออกมาเป็นดังนี้ครับ

ผลการทำงาน 2 อาทิตย์

ผลการทำงาน 2 อาทิตย์

ผมมองตัวเลข อย่างตอบตัวเองไม่ได้ว่า สิ่งที่เกิดขึ้นมันเกิดจากการพยายามของผม หรือเกิดจากการฟลุ้คสุดๆ ก็ให้คำตอบตัวเองไม่ได้ แต่เมื่อผลออกมาแบบนี้ ก็คิดเอาเองว่า เราอาจจะมาถูกทางแล้ว หรือไม่ก็อาจจะทิ้งช่วงไปอีก 6 เดือน 12 เดือนเลย หรือ อาจจะไม่มีออร์เดอร์อีกต่อไปแล้ว ก็เป็นไปได้ทั้งนั้น ซึ่งเวลาจะเป็นเครื่องพิสูจน์ครับ และในอนาคตจะเป็นอย่างไรต่อไปนั้น ไม่สำคัญแล้ว เพราะผมได้พยายามแล้วนั่นเอง.

กวนอิมหยกขาว


ผ่านพ้นการอบรมอันแสนยาวนานตั้ง 3 วัน ในความรู้สึกของผม มันช่างนานเหลือเกิน วันนี้ก็เลยอัพเดทบล็อกเสียหน่อย ก่อนที่จะกลายเป็นบล็อกร้างไปก่อนเวลาอันควร แหะๆ

ผมชอบใช้เวลาว่าง ไปเที่ยวที่เกาะลอยเสมอๆ เพราะวิวทิวทัศน์สวยงาม อยู่ติดทะเล ได้รับลมทะเลสดชื่นปนเค็มนิดๆ :) เป็นการพักผ่อนหย่อนใจที่ดีอย่างหนึ่ง และที่เกาะลอยก็มีสิ่งดีอีกสิ่งหนึ่งที่อยากเอามาให้ชมกัน นั่นก็คือ “พระกวนอิมหยกขาว” ที่ทำด้วยหยกทั้งก้อน และมีขนาดใหญ่ที่สุดในประเทศไทยครับ

พระกวนอิมหยกขาว

พระกวนอิมหยกขาว

ถ้าไม่ลืมเลือนกันไปเสียก่อน คงจำกันได้ว่า ผมเคยพาไป เที่ยววัดจีน ซึ่งเป็นที่ประดิษฐานพระกวนอิมทำด้วยทองคำ 18K ที่ใหญ่ที่สุดในโลกมาแล้ว แต่คราวนี้เรามาดูประวัติของพระกวนอิมที่ทำด้วยหยกที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทยกันบ้าง

เทศบาลเมืองศรีราชา ได้จัดสร้างพระโพธิสัตว์กวนอิมหยกขาว ณ บริเวณเกาะลอย มีขนาดความสูง 4 เมตร เป็นองค์ที่ทำด้วยหยกขาวที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย แกะสลักโดยช่างฝีมือจากพระราชวังจีน พร้อมด้วยสาวก 2 องค์ ขนาดความสูง องค์ละ 2 เมตร และมีกระถางธูป ขนาด 80 เซนติเมตร โดยจะประดิษฐานอยู่ในเก๋งมังกรจีน 8 เหลี่ยม 48 เสา มีหลังคาลดหลั่นกัน 3 ชั้น ขนาดกว้าง 20 เมตร ยาว 20 เมตร สูง 20 เมตร เพดานภายในเก๋งมังกรจีนจะได้รับการออกแบบเขียนภาพมังกรแบบไทย โดยจิตรกรระดับชาติ เป็นสถานที่ท่องเที่ยวและกราบไหว้บูชาพระโพธิสัตว์กวนอิมของผู้มาเยือน เพื่อเป็นสิริมงคลแก่ชีวิต

วันนี้เขียนแก้ขัดไปก่อนแค่นี้แล้วกันนะครับ สั้นๆง่ายๆเพราะหมดมุข ขอไปฝังมุขก่อน เอ้ย ไม่ใช่ ฮ่าๆ.

น้ำมหาบำบัด


สองสามวันที่ผ่านมา มีข่าวเรื่องการจับกุม “ป้าเช็ง” ผู้เป็นเจ้าของผลิตภัณฑ์ “น้ำมหาบำบัด” ที่มีการกล่าวว่ามีสรรพคุณล้นฟ้า รักษาโรคร้ายที่การแพทย์สมัยใหม่ไม่สามารถรักษาได้ เช่น มะเร็งร้ายรักษาหายได้ร้อยเปอร์เซ็นต์ ผมค่อนข้างงงกับข่าว เพราะผมไม่รู้จักน้ำที่ว่าเลยแม้แต่นิดเดียว ไม่รู้ไปอยู่ที่ไหนมา ชาวบ้านชาวช่องเขาใช้กันโครมๆ จนป้าเช็งรวยเป็นร้อยๆล้านเข้าไปแล้ว

น้ำมหาบำบัด

น้ำมหาบำบัด

แต่ว่าเพื่อนผมในที่ทำงานคนหนึ่ง เธอเสียอกเสียใจที่จะหาซื้อผลิตภัณฑ์ของป้าเช็งไม่ได้อีกแล้ว เพราะเธอเป็นสาวกของน้ำมหาบำบัดอย่างเหนียวแน่นอยู่ก่อนหน้านี้แล้ว ดังรูปข้างบนครับ น้ำขวดนี้เธอใช้ทาหน้าเพื่อให้หน้าผ่องใส (ผมมองจนตาเหล่ยังไงก็ไม่เห็นผ่อง) ราคาก็ไม่มากมายอะไร แค่ขวดละ 1 พันบาทเท่านั้นเอง (ซื้อไปได้ไงหว่า ?)

ขณะนี้กระทรวงสาธารณสุขได้สั่งระงับการจำหน่าย “น้ำมหาบำบัด” และเตรียมตั้งข้อหาแก่ป้าเช็ง หรือ น.ส.ศิริวรรณ ศิริสุนทรินท์ อายุ 72 ปี เจ้าของผลิตภัณฑ์นี้ โดยห้องปฏิบัติการของกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ ผลการตรวจสอบเบื้องต้นพบว่า น้ำมหาบำบัดและน้ำเจียระไนเพชร มีสภาพเป็นกรดเหมือนน้ำส้มสายชู ถ้านำไปหยอดตาก็จะทำให้เกิดแสบร้อน (ก็น่าจะแสบนะ) และหากเป็นกรดที่มีความรุนแรงอาจทำให้เลนส์ตาได้รับผลกระทบ นอกจากนี้ยังพบเชื้อแบคทีเรียปนเปื้อนทั้ง 2 ส่วน แต่ไม่ทราบว่าเป็นชนิดไหน ต้องใช้เวลาเพาะเชื้ออีกระยะหนึ่ง คาดว่าน่าจะทราบผลที่ชัดเจนภายใน 1-2 วันนี้

จริงๆแล้ว เค้าบอกกันมาว่าการเอาพืชผักผลไม้มาหมักทำ “น้ำมูตร” มีมาตั้งแต่สมัยพุทธกาลแล้วนะครับ โดยใช้สมอ-มะขามป้อม-บอระเพ็ด มาหมักรวมกัน ซึ่งมีคุณสมบัติในการฟื้นฟูสมรรถภาพร่างกาย ไม่ใช่ใช้ในการรักษาโรคแต่อย่างใด

ข่าวนี้คงต้องติดตามกันต่อไปครับ … แล้วคุณล่ะ เคยใช้บริการสิืนค้าของป้าเช็งบ้างหรือเปล่า ?

หลงป่า !!!


ความอยากรู้อยากเห็น เป็นคุณสมบัติที่สำคัญมากอย่างหนึ่งของมนุษย์ ซึ่งเป็นผลพวงที่ทำให้มนุษย์แตกต่างจากสัตว์โดยทั่วไป ใครจะรู้ว่าโทมัส อัลวา เอดิสัน ผู้ประดิษฐ์หลอดไฟฟ้าคนแรกของโลก ต้องทำการทดลองครั้งแล้วครั้งเล่านับเป็นพันๆครั้ง กว่าจะได้หลอดไฟฟ้าหลอดแรกของโลก

อาจสงสัยกันว่า แล้วมันเกี่ยวอะไรกันด้วยกับการ “หลงป่า” ?? ที่มาของมันก็คือ นับจากวันที่ผมเริ่มทำบล็อกด้วยเวิร์ดเพรส นับถึงวันนี้ก็ร่วม 5 เดือนแล้ว ไปอ่านที่บล็อกของ หมออนาเมา ท่านก็พูดเข้าหูตลอดว่าเข้าป่าหลงป่า อะไรทำนองนี้ ส่วนคุณพี่ ชรินทร์ ยิ่งแล้วใหญ่ อะไรๆก็ อเมซอน อะไรๆก็เสียว (SEO) เล่นเอาอ่อนหัดอย่างผมมึนตึ๊บยกกำลังห้า ยิ่งบล็อกของ นายเดย์ ก็เสียวเหมือนกัน แต่ช่วงนี้เสียวน้อยลงหน่อย เพราะท่านเพิ่งบอกว่าละทิ้งมานาน ตอนนี้จะลองเผาป่าอเมซอนอีกแล้ว อิอิ

ด้วยความอยากรู้ว่า “อเมซอนดอทคอม” คืออะไร ก็ต้องสรรหาเอาจากแหล่งต่างๆ และรวบรัดตัดความ ด้วยการเข้าไปสมัครมันซะเลย โบราณว่าไม่เข้าถ้ำเสือจะได้ลูกเสือเช่นไร

http://creative4future.blogspot.com

http://creative4future.blogspot.com

หลังจากสมัครเป็นสาวกของอเมซอนแล้ว ก็มาทำบล็อกอีกหนึ่งบล็อก เพื่อทำการโปรโมทร้านค้า aStore ของตัวเอง บล็อกใหม่นี้ชื่อ สร้างสรรค์สู่อนาคต ฟังดูมีสาระชาติตระกูล ที่แท้จะหัดขายของ ฮ่าๆ เนื้อหาก็ทำแบบที่เค้าแนะนำกันมาว่า ทำแบบรีวิวสินค้าแล้วแอบแปะลิงค์ไปที่ร้านของเราแบบเนียนๆเอาไว้ ลอกตามสูตรมาเป๊ะๆเลยครับ

นี่เป็นการเริ่มต้นเล็กๆน้อยๆสำหรับการลองของใหม่ของผม เป็นอะไรที่แปลกแหวกแนวไม่ซ้ำแบบเลยในชีวิตการทำงานที่ผ่านมา ต้องขอออกตัวก่อนว่า ต้องการจะ “ลองของใหม่” อย่างแท้จริงครับ มิได้มีเจตนาลบหลู่ท่านผู้ใดทั้งสิ้น และอีกอย่างก็คือ การลองของครั้งนี้ มีแต่ได้กับได้้ไม่มีเสีียสักนิด ทำนองที่ว่า “ชีวิตนี้ มีแต่กำไร” ไงครับ แต่สังหรณ์ใจอยู่อย่างว่า การเดินป่าครั้งนี้ จะเข้าไปได้อย่างง่ายๆ แต่หาทางออกยากนี่สิ.

วงแหวนแห่งไฟ


จากเหตุแผ่นดินไหวครั้งใหญ่ที่ประเทศเฮติเมื่ออาทิตย์ที่ผ่านมา จนถึงขณะนี้พบผู้เสียชีวิตแล้วกว่า 70,000 คนครับ เยอะมากจริงๆ ผมว่าความสูญเสีียครั้งนี้น่าจะมากกว่าเหตุการณ์สึนามิปี 2547 เสียอีกนะครับ เพราะคราวนั้นแบ่งความสูญเสียไปในหลายประเทศ แต่ครั้งนี้มาจุกอยูที่เฮติประเทศเดียว และอีกอย่างคราวนี้เกิดบนแผ่นดินทำให้ความรุนแรงเป็นเท่าทวีคูณ

จากการค้นหาจากอินเตอร์เนตก็พบว่า ประเทศเฮติ (Haiti) ตั้งอยู่บนเกาะฮิสปันโยลา (Hispaniola) อยู่ในทะเลแคริบเบียน มีพื้นที่ 10,714 ตารางไมล์ (27,750 ตารางกิโลเมตร) มีเมืองหลวงคือกรุงปอร์โตแปรงซ์ มีขนาดใหญ่เป็นอันดับ 2 รองจากคิวบา

วงแหวนแห่งไฟ (Ring of Fire)

วงแหวนแห่งไฟ (Ring of Fire)

ถ้าดูจากรูปแสดงตำแหน่งที่ตั้งของประเทศเฮติ พบว่าอยู่ใกล้กับบริเวณที่เรียกว่า “วงแหวนแห่งไฟ (Ring of Fire)” ซึ่งเป็นบริเวณในมหาสมุทรแปซิฟิกที่เกิดแผ่นดินไหวและภูเขาไฟระเบิดได้ง่ายและบ่อยครั้งที่สุด มีลักษณะเป็นเส้นเกือกม้า มีความยาวรวมกันประมาณ 40,000 กิโลเมตร และวางตัวตามแนวร่องสมุทรหรือแนวของหมู่เกาะ 90% ของแผ่นดินไหวและ 81% ของแผ่นดินไหวขนาดใหญ่ที่เกิดขึ้นในโลก อยู่ในบริเวณวงแหวนแห่งไฟนี้ จากรูปจะเห็นว่ากินเนื้อที่ตั้งแต่หมู่เกาะชวา ฟิลิปปินส์ ญี่ปุ่น เลาะไปถึงทวีปอเมริกาเหนือและใต้เลยทีเดียวครับ

ประเทศไทยเราก็มีพื้นที่ทางภาคใต้ที่อยู่ในบริเวณของวงแหวนแห่งไฟเช่นกัน แต่นับว่ายังโชคดีที่ยังไม่เคยเกิดเหตุการณืวิปโยคแบบที่เฮติเผชิญอยู่ในขณะนี้ แต่ใช่ว่าโอกาสนั้นจะไม่มีวันเกิดขึ้น อนาคตไม่มีใครรู้ได้ ขอให้ตั้งอยู่ในความไม่ประมาทก็แล้วกัน.

Advertisement
พันธมิตรมาเยี่ยม
Advertisement
บล็อกเพื่อนพันธมิตร
บล็อกลิงกินผัก บล็อกพ่อน้องปันปัน บอมบิคดอทคอม บล็อกที่ว่างของใจ บล็อกหมออนาเมา บล็อกนายเม่น บล็อกนายเอก บล็อกโกศลทอล์ก บล็อกนายแม็กซ์ บล็อกไอ้ติวเตอร์ บล็อกเก่งดอทคอม บล็อกนายเดย์ บล็อกพ่อน้องติวเตอร์ บล็อกเซฟตี้7
บทความเก่า